รัฐธรรมนูญ 2569 ถูกเร่งรีบผ่านสภา? ข้อกังขาต่อกระบวนการ 'ลับ' ที่อาจเปลี่ยนโฉมการเมืองไทย
การแก้ไขรัฐธรรมนูญไทย 2569: รัฐสภาถกเถียง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
รัฐสภากำลังพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่ ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2569 การอภิปรายในสภาเผยให้เห็นความขัดแย้งระหว่างฝ่ายสนับสนุนที่ต้องการปรับปรุงโครงสร้างอำนาจ กับฝ่ายค้านที่กังวลว่ากระบวนการนี้จะถูกใช้เพื่อสืบทอดอำนาจของกลุ่มการเมืองเดิม ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาโต้แย้งคือที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และการกำหนดอำนาจขององค์กรอิสระ ขณะที่บางฝ่ายเรียกร้องให้เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน ฝ่ายบริหารกลับยืนยันว่าต้องเร่งรัดกระบวนการเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศ ข้อเสนอให้มี 'สภาล่าง' ที่มาจากการเลือกตั้งล้วน ถูกมองว่าเป็นความพยายามลดทอนอำนาจของวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าขัดต่อหลักประชาธิปไตย
ข้อกล่าวหาเรื่อง 'ความลับ' และการขาดความโปร่งใส
แหล่งข่าวในรัฐสภาเปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมาธิการบางชุดถูกจัดขึ้นแบบ 'ปิด' โดยไม่ได้ถ่ายทอดสดหรือเปิดให้สื่อมวลชนเข้าร่วม โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดเขตเลือกตั้งและระบบการเลือกตั้ง นักเคลื่อนไหวด้านประชาธิปไตยตั้งข้อสังเกตว่า การเร่งรัดกระบวนการโดยไม่เปิดโอกาสให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง อาจนำไปสู่รัฐธรรมนูญที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มอำนาจเดิม นายสมชาย (นามสมมติ) นักวิชาการด้านกฎหมายมหาชน กล่าวว่า 'การร่างรัฐธรรมนูญที่ดีต้องใช้เวลาและความรอบคอบ การเร่งรีบเพียงเพื่อให้ทันเส้นตายทางการเมือง อาจทำให้เราได้กฎหมายสูงสุดที่มีข้อบกพร่องร้ายแรง'
ข้อกังขาต่อที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)
หนึ่งในประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคือกระบวนการคัดเลือก สสร. ซึ่งมีข้อเสนอให้มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมผ่านกลุ่มอาชีพและองค์กรวิชาชีพ แทนที่จะมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ฝ่ายค้านในสภามองว่านี่คือความพยายาม 'ล็อก' โครงสร้างอำนาจให้คนบางกลุ่มสามารถกำหนดทิศทางของประเทศได้ โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากประชาชนส่วนใหญ่ ข้อมูลจากรายงานการประชุมล่าสุดชี้ให้เห็นว่า สัดส่วนของ สสร. ที่มาจากกลุ่มทุนและข้าราชการระดับสูงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่ตัวแทนจากภาคประชาชนและกลุ่มชาติพันธุ์กลับมีจำนวนน้อยลง
ผลกระทบต่ออนาคตประชาธิปไตยไทย
หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาและประชามติ จะกลายเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 21 ของไทย นับตั้งแต่ปี 2475 ซึ่งสะท้อนถึงความไม่มั่นคงทางการเมืองที่ยืดเยื้อ นักวิเคราะห์ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจส่งผลต่อระบบการเลือกตั้ง ความเป็นอิสระของศาลรัฐธรรมนูญ และบทบาทของกองทัพในการเมือง ซึ่งเป็นประเด็นที่ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง คำถามสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบคือ กระบวนการนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริง หรือเป็นเพียงการปรับโฉมระบอบอำนาจนิยมให้ดูทันสมัยขึ้นเท่านั้น