เปิดแผนลับ! สงครามการค้าสหรัฐ-จีนรอบใหม่: ภาษีนำเข้าพุ่ง ไทยเสี่ยงโดนลูกหลง

ภาษีนำเข้ารอบใหม่: กำแพงที่สูงขึ้นและผลกระทบต่อซัพพลายเชนโลก

สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาใช้มาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอีกครั้งในอัตราที่สูงถึง 60% สำหรับสินค้าบางประเภท การดำเนินการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาจีนและกระตุ้นการผลิตภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม การปิดกั้นการค้าครั้งนี้ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานโลกต้องปรับตัวอย่างรุนแรง ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย กลายเป็นทางเลือกในการย้ายฐานการผลิต แต่ก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่อาจเรียกเก็บภาษีตอบโต้หากพบว่ามีการส่งออกผ่านไทยเพื่อเลี่ยงภาษี (circumvention)

เทคโนโลยีและชิป: สมรภูมิใหม่ที่ไทยต้องเลือกข้าง

นอกเหนือจากภาษีสินค้าทั่วไปแล้ว สงครามเทคโนโลยีระหว่างสองมหาอำนาจยังคงเข้มข้น สหรัฐฯ ขยายมาตรการควบคุมการส่งออกชิปและอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ไปยังจีนมากขึ้น ขณะที่จีนเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมของตัวเอง ไทยซึ่งมีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการผลิตชิปในภูมิภาค (Thailand Semiconductor Board) ตกอยู่ในสถานะที่ต้องเลือกอย่างยากลำบาก การดึงดูดการลงทุนจากทั้งสองฝ่ายอาจนำไปสู่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ หากสหรัฐฯ มองว่าไทยเป็นช่องทางให้จีนเข้าถึงเทคโนโลยีต้องห้าม

ผลกระทบต่อไทย: เศรษฐกิจ การส่งออก และค่าเงิน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าสงครามการค้ารอบนี้จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ไทยเป็นฐานการผลิตให้กับบริษัทจีนและอเมริกา ค่าเงินบาทที่ผันผวนและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม นักวิเคราะห์ชี้ว่าไทยอาจได้รับอานิสงส์ระยะสั้นจากการย้ายฐานการผลิต แต่ในระยะยาว การพึ่งพาตลาดทั้งสองแห่งจะกลายเป็นจุดอ่อนหากไม่มีการกระจายความเสี่ยง